เกี่ยวกับประกันสังคม
โรงพยาบาลเข้าร่วมโครงการสถานพยาบาลประกันสังคมตั้งแต่ปี 2549 พร้อมให้บริการผู้ประกันตนตามมาตรฐานสำนักงานประกันสังคม ขอเชิญผู้ประกันตนเลือกโรงพยาบาลสายไหมเป็นโรงพยาบาลให้การดูแลสุขภาพของท่านได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

สิทธิผู้ประกันตนที่ได้รับตามกฎหมาย


 
1. กรณีเจ็บป่วยหรือ ประสบอันตราย
 











บริการทางการแพทย์

  -รับการรักษาในโรงพยาบาลที่ระบุตามบัตรรับรองสิทธิ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
  -กรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินหรือ อุบัติเหตุ ไม่สามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลตามบัตรรับรอง   สิทธิ สามารถเบิกค่ารักษาได้ตามสิทธิที่สำนักงานประกันสังคมประกาศกำหนด
ทันตกรรม
  ก. ถอนฟัน อุดฟัน ขูดหินปูน 300 บาท/ครั้ง ไม่เกิน 600 บาท/ปี
ข. ใส่ฟันเทียมชินดถอดได้ฐานอคริลิก ไม่เกิน 16,000 บาท / ราก และไม่เกินรายละ 2 ราก
   
  กรณีบำบัดทนแทนไต
  -เป็นวิธีฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมไม่เกิน 1,500 บาท / ครั้ง และไม่เกิน 4,500 บาท /  สัปดาห์
   
 
2. กรณีคลอดบุตร
 
  ตั้งแต่ 1 มกราคม 2550 เป็นต้นไป สำนักงาน
ประกันสังคม โดยคณะกรรมการประกันสังคมมี
มติเรื่องสิทธิกรณีคลอดบุตร โดยผู้ประกันตน
สามารถเบิกค่าคลอดบุตรจากสำนักงานประกัน
สังคมในเขตพื้นที่/จังหวัดดังนี้
1.  ผู้ประกันตนหญิง
   ก. ค่าคลอดบุตรเหมาจ่าย 13,000 บาท/ไม่เกิน
     2 ครั้ง
 ข. เงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตร
     ครึ่งหนึ่งของค่าจ้างเฉลี่ย 90 วัน
2.  ผู้ประกันตนชาย ค่าคลอดบุตรเหมาจ่าย 13,000
 บาท/ไม่เกิน 2 ครั้ง
 (เฉพาะกรณีผู้ประกันตนหญิงไม่ได้ทำการเบิก)
   

 
3. กรณีทุพพลภาพ
 
      -ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอกตามที่จ่ายจริง ไม่เกินเดือนละ 2,000 บาท ผู้ป่วยใน 4,000 บาท
      -เงินทดแทนรายได้ ร้อยละ 50 ของค่าจ้างตลอดชีวิต

 
4. กรณีเสียชีวิต
 
      - ผู้จัดการศพ มีสิทธิได้รับค่าทำศพ 40,000 บาท
      - ทายาทมีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห ์
      - ค่าจ้างหนึ่งเดือนครึ่ง หากส่งเงินสมทบ 3 ปีขึ้นไป แต่ไม่ถึง 10 ปี
      - ค่าจ้าง 5 เดือน หากส่งเงินสมทบครบ 10 ปี

 
5. กรณีสงเคราะห์บุตร
 
  หลักเกณฑ์และสิทธิประโยชน์

จ่ายเงินสมทบในส่วนของกรณีสงเคราะห์บุตรมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน ภายในระยะเวลา 36 เดือน ก่อนเดือนที่มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทน และเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 หรือ มาตรา 39
สิทธิที่ได้รับ
เงินสงเคราะห์บุตรเหมาจ่ายเดือนละ 350 บาทต่อบุตรหนึ่งคน
เงื่อนไขบุตรที่ได้รับการสงเคราะห์

1. เงินสงเคราะห์บุตรสำหรับบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งมีอายุไม่เกิน 6 ปีบริบูรณ์ จำนวนคราวละไม่เกิน 2 คน (บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายดังกล่าวไม่รวมถึงบุตรบุญธรรมหรือบุตรซึ่งได้ยกให้เป็นบุตรบุญธรรมของบุคคลอื่น)

2. ผู้ประกันตนมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีสงเคราะห์บุตรสำหรับบุตรซึ่งมีอายุไม่เกิน 6 ปีบริบูรณ์ เว้นแต่ ผู้ประกันตนเป็นผู้ทุพพลภาพหรือถึงแก่ความตาย ในขณะที่บุตรมีอายุไม่เกิน 6 ปีบริบูรณ์ จะมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนต่อจนอายุ 6 ปีบริบูรณ์

3. ในกรณีที่ผู้ประกันตนชายไม่ได้จดทะเบียนสมรส บุตรจึงมิใช่บุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ประกันตนชายสามารถดำเนินการให้บุตรเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายได้ 3 วิธีคือ

- จดทะเบียนสมรสกับมารดาของบุตร
- จดทะเบียนรับรองบุตร
- ยื่นคำร้องต่อศาลให้ศาลมีคำพิพากษาว่าเป็นบุตร


 
6. กรณีชราภาพ
 
      เงินบำนาญ
- ได้รับเงินบำนาญชราภาพในอัตราร้อยละ 20 ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย

    
      เงินบำเหน็จ
- จ่ายเงินสมทบต่ำกว่า 12 เดือน ได้รับเงินบำเหน็จชราภาพเท่ากับจำนวนเงินสมทบที่ผู้ประกันตนจ่ายสมทบเข้ากองทุน
-   จ่ายเงินสมทบตั้งแต่ 12 เดือนขึ้นไป ให้จ่ายเงินบำเหน็จชราภาพ เท่ากับจำนวนเงินสมทบที่ผู้ประกันและนายจ้างจ่ายสมทบเข้ากองทุน พร้อมผลประโยชน์ตอบแทน ตามที่สำนักงานประกันสังคมประกาศกำหนด